5 พฤติกรรม "ทำลายตับ"

หยุดทำร้ายตับ ก่อนที่ตับจะหยุดทำงาน

พฤติกรรมทำลายตับ

ตับเป็นอวัยวะที่ "อดทน" ที่สุดในร่างกาย มันทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อกำจัดสารพิษ แต่เรากลับทำร้ายมันทุกวันด้วยความเคยชิน ลองสำรวจตัวเองดูว่า คุณมีพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้หรือไม่?

1. ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

นี่คือศัตรูหมายเลข 1 ของตับ แอลกอฮอล์จะถูกส่งตรงไปทำลายเซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบและไขมันพอกตับ ยิ่งดื่มหนักและต่อเนื่อง โอกาสเป็นตับแข็งและมะเร็งตับยิ่งสูงขึ้นแบบทวีคูณ

2. กินยาและอาหารเสริมพร่ำเพรื่อ

"เป็นหวัดกินยา ปวดหัวกินยา" หรือกินอาหารเสริมตามกระแสโดยไม่ดูมาตรฐาน ตับมีหน้าที่ขับสารเคมีตกค้างจากยา การรับสารเคมีมากเกินไปทำให้ตับทำงานหนักและอาจเกิดภาวะตับอักเสบจากยาได้ ควรปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา

3. ติดหวาน ชอบของมัน ของทอด

น้ำตาลและไขมันส่วนเกินที่ร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกเปลี่ยนรูปและนำไปสะสมไว้ที่ตับ ก่อให้เกิดภาวะ "ไขมันพอกตับ" (Fatty Liver) ซึ่งอันตรายไม่แพ้การดื่มเหล้า แม้คนผอมก็เป็นได้หากกินหวานจัด

4. นอนดึก พักผ่อนน้อย

ตามนาฬิกาชีวิต ช่วงเวลา 23.00 - 02.00 น. คือเวลาทองที่ตับจะทำการดีท็อกซ์ขับสารพิษและซ่อมแซมตัวเอง การนอนดึกเป็นประจำทำให้กระบวนการนี้หยุดชะงัก เลือดไหลเวียนเข้าตับได้น้อยลง ประสิทธิภาพตับจึงเสื่อมเร็ว

5. ความเครียดสะสม

เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลง การไหลเวียนเลือดไม่ดี และยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบภายในร่างกาย รวมถึงตับด้วย

เริ่มดูแลตับตั้งแต่วันนี้

  • ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดแป้งและน้ำตาล
  • นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชม.
  • ตรวจค่าตับปีละ 1 ครั้ง
  • เสริมด้วยอาหารบำรุงตับจากธรรมชาติ
← กลับหน้ารวมบทความ