โรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) คือภาวะที่มีไขมันเข้าไปแทรกซึมอยู่ในเซลล์ตับมากกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ ซึ่งเปรียบเสมือน "ระเบิดเวลา" เพราะในระยะแรกมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับได้ในที่สุด
7 สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกคุณ
หากคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้มากกว่า 2 ข้อ ควรเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพตับอย่างจริงจัง:
1. อ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่มีแรง
รู้สึกไม่สดชื่น ตื่นมาแล้วยังง่วงเพลียระหว่างวัน ทั้งที่นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ สาเหตุเกิดจากตับทำงานได้ไม่เต็มที่ในการเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงาน
2. อ้วนลงพุง (Central Obesity)
มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากผิดปกติ แม้แขนขาจะเล็ก แต่พุงยื่นชัดเจน นี่เป็นสัญญาณหลักของภาวะดื้อต่ออินซูลินและไขมันเกาะตับ
3. จุกเสียดแน่นท้องด้านขวาบน
รู้สึกอึดอัด แน่น หรือปวดหน่วงๆ บริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ อาการนี้มักเกิดจากตับที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจากการสะสมของไขมัน
4. ระบบขับถ่ายแปรปรวน
มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือขับถ่ายผิดปกติ เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระมีสีซีดกว่าปกติ
5. ตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice)
เมื่อตับทำงานบกพร่อง ไม่สามารถขับสารสีเหลืองที่เรียกว่า "บิลิรูบิน" ออกจากร่างกายได้หมด ทำให้เกิดการตกค้างตามผิวหนังและตาขาว
6. คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
รู้สึกคลื่นไส้โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากตับผลิตน้ำดีได้ไม่เพียงพอต่อการย่อยไขมัน
7. อาการทางผิวหนัง
คันตามผิวหนังโดยไม่มีผื่นขึ้น หรือมีรอยช้ำง่าย เลือดออกง่าย เนื่องจากตับสร้างโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดลดลง
💡 คำแนะนำจาก B Liv
หากคุณมีอาการเหล่านี้ อย่ารอช้า! การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือทางออกที่ดีที่สุด ลดของมัน ของทอด งดแอลกอฮอล์ และเริ่มทานอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงตับ หรือเลือกตัวช่วยฟื้นฟูตับที่มีสารสกัดจาก Artichoke และ Dandelion เพื่อช่วยดีท็อกซ์และลดไขมันพอกตับอย่างตรงจุด